คลังข้อมูลดิจิทัลมิวเซียมสยาม

สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ

คลังข้อมูลดิจิทัลมิวเซียมสยาม รวบรวมองค์ความรู้ ด้วยสื่อที่หลากหลาย ส่งเสริมการเรียนรู้ การค้นคว้าฐานองค์ความรู้ที่อาจเป็นแรงบันดาลใจ ให้เกิดการสืบค้นในด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์วิทยา มานุษยวิทยา ตลอดจนศาสตร์แขนงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและสังคมไทย

"คลังข้อมูลดิจิทัลแห่งนี้มิได้เป็นเพียงแค่แหล่งรวบรวมข้อมูล แต่ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงองค์ความรู้ในอดีตกับปัจจุบัน"

ค้นหาสิ่งที่สนใจ

Communities in DSpace

Select a community to browse its collections.

Now showing 1 - 6 of 6
Loading...
Thumbnail Image

Museum Readings

รวบรวมรายชื่อและตัวอย่างเนื้อหาของหนังสือด้านพิพิธภัณฑ์และประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

Loading...
Thumbnail Image

MuseumSiam Researches

รวบรวมงานวิจัยที่น่าสนใจภายใต้ความดูแลของมิวเซียมสยาม

Loading...
Thumbnail Image

MuseumSiam Recommendations

รวบรวมหนังสือแนะนำด้านพิพิธภัณฑ์และประวัติศาสตร์ พร้อมสรุปเนื้อหาแบบย่อ โดยบรรณารักษ์และชาวมิวเซียมสยาม

Loading...
Thumbnail Image

MuseumSiam Resources

รวบรวมทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่างๆ ที่ผลิตหรือร่วมผลิตโดยมิวเซียมสยาม

Loading...
Thumbnail Image

MuseumSiam Reflections

รวบรวมวิดีทัศน์จากงานประชุมวิชาการและงานสัมมนาที่จัดโดยมิวเซียมสยาม เพื่อร่วมเรียนรู้และตรึกตรองแง่มุมทางวิชาการไปกับมิวเซียมสยาม

Loading...
Thumbnail Image

MuseumSiam Revelations

รวบรวมเรื่องเล่าของเรื่องราวในชีวิตผ่านการเปิดเผยตัวตนของบุคคลที่น่าสนใจที่คัดสรรโดยมิวเซียมสยาม

 

Recent Submissions

ItemOpen Access
หนังสือ ตำนานวังหน้า (เลขเรียกหนังสือ DS580.7 .ด64 2553)
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (2553)
หนังสือ ตำนานวังหน้า (เลขเรียกหนังสือ DS580.7 .ด64 2553) พระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ได้รวบรวมประวัติของพระราชวังหน้าและกรมพระราชวังบวร โดยตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2461 ในงานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเทวาธิราช โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นบันทึกข้อมูลแก่คนรุ่นหลัง และในหนังสือดังกล่าวก็ได้มีการกล่าวถึงวัดบวรสถานสุทธาวาส หรือวัดพระแก้ววังหน้าไว้ว่า . ​“เหตุที่จะสร้างวัดบวรสถานสุทธาวาส เล่ากันมาเป็นหลายอย่าง แต่ไม่ยุติว่าจะเป็นความจริงได้แน่ กล่าวกันว่าทรงสร้างแก้บนครั้งเสด็จยกกองทัพไปปราบขบถเวียงจันทน์ เล่ากันอีกอย่างหนึ่งว่าแต่เดิมจะทรงสร้างเป็นยอดปราสาท จนปรุงตัวไม้แล้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงทราบ มีรับสั่งให้ไปห้ามว่าในพระราชวังบวรฯ ไม่มีธรรมเนียมที่จะมีปราสาท กล่าวกันว่าเป็นเหตุให้กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพน้อยพระทัยมาก จึงทรงโปรดให้แก้เป็นหลังคาจตุรมุข อย่างเช่นปรากฏอยู่ทุกวันนี้” . ​แต่การก่อสร้างดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพทิวงคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 4 ได้มีพระราชดำริจะนำองค์พระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐาน ณ ที่แห่งนี้ จึงโปรดให้สร้างฐานชุกชีและวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องตำนานพระพุทธสิหิงค์ไว้ แต่เนื่องจากพระองค์เสด็จสวรรคตก่อน จึงไม่ได้มีการนำพระพุทธสิงหิงค์มาประดิษฐานตามพระราชดำริ
ItemOpen Access
หนังสือ วัดดูยูมีน (เลขเรียกหนังสือ BQ6336 .ธ34 2568)
ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล (2569-02)
หนังสือ วัดดูยูมีน (เลขเรียกหนังสือ BQ6336 .ธ34 2568) โดย ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล หรือที่รู้จักกันในนามแฟนพันธุ์แท้วัดไทย ที่จะชวนทุกคนมาเจาะลึกองค์ประกอบของวัด รวมไปถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เรามักพบเจอจากการเข้าไปวัด ยกตัวอย่างเช่น เรื่องราวของหอระฆัง . “ระฆังหลาย ๆ วัดก็น่าสนใจไม่ใช่เล่น เช่น ระฆังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่ในอดีตจะตีตอน 11 ทุ่ม (ตี5) เพื่อปลุกชาวบ้านมาใส่บาตรและบอกพระวัดอื่นว่าถึงเวลาตีระฆังแล้ว แต่ในปัจจุบันระฆังนี้จะตีเฉพาะในโอกาสพิเศษ ๆ เช่น การสถาปนาพระสังฆราชองค์ใหม่ ซึ่งที่มาของระฆังนี้ก็น่าสนใจเพราะเล่ากันไว้หลายเวอร์ชัน ฝั่งวัดระฆังโฆษิตารามบอกว่าขุดได้ที่วัด พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ต้องหล่อระฆังขึ้นใหม่ห้าใบถวายวัดแทนเพื่อแลกเปลี่ยนมาไว้ในวัดในพระบรมมหาราชวัง ส่วนวัดสระเกศบอกว่าไม่ใช่วัดระฆัง แต่ได้มาจากวัดสระเกศต่างหาก แต่บ้างก็ว่า ระฆังนี้เป็นระฆังที่หล่อขึ้นใหม่ในคราวบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระแก้วในสมัยรัชกาลที่ 1”
ItemOpen Access
ตำนานอาหารโลก: เบื้องหลังจานโปรดโดนใจคนทั่วโลก และ The Restaurant: A History of Eating กินไกลบ้าน : เรื่องเล่าขานร้านอาหารรอบโลก
Albert Jack และ William Sitwell
ไอศกรีม ของหวานเนื้อนุ่มที่หาได้ง่ายในปัจจุบัน แท้จริงแล้วในอดีตเป็นสัญลักษณ์แห่งความเลิศหรูที่มีได้เฉพาะพวกเศรษฐีเท่านั้น โดยมีต้นกำเนิดจากชาวเปอร์เซียที่นำน้ำแข็งมาผสมน้ำกุหลาบ หญ้าฝรั่น และผลไม้ กลายเป็นของหวานแบบ วอเตอร์ไอซ์ (water ice) หรือซอร์เบต์ (sorbet) ซึ่งมีเพียงชนชั้นสูงอย่างเช่น จักรพรรดิเนโรแห่งโรมันใน ค.ศ. 62 เท่านั้นที่จะลิ้มลอง พระองค์เป็นผู้ขึ้นชื่อเรื่องความฟุ้งเฟ้อ ถึงขั้นส่งทาสไปยังเทือกเขาแอเพนไนน์เพื่อเก็บหิมะมาทำของหวานชนิดนี้ . เรื่องราวการเดินทางของไอศกรีมที่ถูกบันทึกไว้อย่างน่าสนใจจากหนังสือสองเล่มที่ควรค่าแก่การอ่าน “ตำนานอาหารโลก: เบื้องหลังจานโปรดโดนใจคนทั่วโลก” โดย Albert Jack (เลขเรียกหนังสือ TX355 จ82 2557) และ The Restaurant: A History of Eating กินไกลบ้าน : เรื่องเล่าขานร้านอาหารรอบโลก โดย William Sitwell นักเขียนและนักวิจารณ์ร้านอาหารของอังกฤษ (เลขเรียกหนังสือ TX908 .ซ63 2566) ที่จะพาคุณย้อนเวลากลับไปสำรวจจุดเริ่มต้นของหวานสุดฮิตในปัจจุบัน ก่อนจะพัฒนาสู่สูตรที่มีความครีมมากขึ้นในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ โดยชาวอาหรับชาติแรกได้นำแนวคิดดังกล่าวมาพัฒนาใส่นมและความหวานจากของเหลวข้นใส่น้ำตาลแทนน้ำผลไม้ จนกลายเป็น ไอศกรีม ต้นแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมากในแบกแดด ดามัสกัส และไคโร . นำไปสู่การแพร่หลายในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 16 แคทเธอรีน เมดิซี (Catherine de’ Medici) ได้นำแนวคิดของหวานจากฟลอเรนซ์ไปสู่ชาวฝรั่งเศส ขณะเดียวกัน หากกล่าวถึงดินแดนที่หล่อหลอมให้ของหวานชนิดนี้กลายเป็นทั้งศิลปะและวัฒนธรรมอันประณีต คงหนีไม่พ้น อิตาลี เพราะนอกจากจะเป็นกำเนิดที่เชื่อมโยงอิทธิพลทางวัฒนธรรมแล้ว ยังได้พัฒนาเทคนิคการปั่นแช่แข็งอย่างพิถีพิถัน จนเกิดเป็นเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่ม เข้มข้น และใช้วัตถุดิบสดใหม่ จนกลายมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่าง “เจลาโต้” (Gelato) ของหวานระดับอัลตราสมูทที่ครองใจคนไทยในยุคปัจจุบัน!
ItemOpen Access
เขตคลองมองเมือง (เลขเรียกหนังสือ DS589.ก4บ69 2565)
บัณฑิต จุลาสัย2568; รัชดา โชติพานิช (2568)
‘เขตคลองมองเมือง’ (เลขเรียกหนังสือ DS589.ก4บ69 2565) โดย บัณฑิต จุลาสัย และรัชดา โชติพานิช. . วัดธาตุทองในปัจจุบันมิใช่วัดที่ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิม หากเกิดจากการรวม วัดธาตุ และ วัดทองล่าง ซึ่งเคยตั้งอยู่บริเวณคลองเตย ภายหลังรัฐบาลมีโครงการพัฒนาพื้นที่และก่อสร้างท่าเรือคลองเตยในช่วงปี พ.ศ.2480 วัดทั้งสองแห่งจึงถูกย้ายมายังพื้นที่ปัจจุบันในเขตพระโขนง พร้อมอัญเชิญพระพุทธรูป พระบรมสารีริกธาตุ และศาสนวัตถุสำคัญมาประดิษฐานไว้ ก่อนจะได้รับพระราชทานนามว่า "วัดธาตุทอง" การย้ายวัดครั้งนี้นับเป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของกรุงเทพมหานคร จากเมืองที่เคยมีชุมชนตั้งเรียงรายตามลำคลอง สู่มหานครสมัยใหม่ที่เติบโตจากการสร้างถนน ท่าเรือ และระบบคมนาคมใหม่ ๆ ดังที่หนังสือ ‘เขตคลองมองเมือง’ อธิบายถึงพัฒนาการของพื้นที่กรุงเทพฯ ว่ามีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับลำคลอง การตั้งถิ่นฐาน และการขยายตัวของเมืองในแต่ละยุคสมัย ซึ่งพื้นที่พระโขนงเองก็เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตามการพัฒนาของเมือง . ภายในวัด สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ พระอุโบสถ อันมีสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ที่สง่างาม หลังคาซ้อนลดหลั่นอย่างงดงาม หน้าบันประดับลวดลายไทยอย่างประณีต ขณะที่ภายในประดิษฐานพระประธานอันงดงามเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชน เมื่อแสงอาทิตย์ส่องผ่านช่องหน้าต่างเข้าสู่ภายในอุโบสถ จะช่วยขับให้บรรยากาศดูสงบ เย็น และเปี่ยมด้วยความศักดิ์สิทธิ์ เป็นพื้นที่ที่สะท้อนทั้งคุณค่าทางศิลปกรรมและความศรัทธาที่สืบทอดต่อกันมาหลายทศวรรษ
ItemOpen Access
การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 (เลขเรียกหนังสือ DS582.77 .น23 2553)
นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ (2553)
‘การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475’ (เลขเรียกหนังสือ DS582.77 .น23 2553) โดย นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ หนังสือที่เสนอแนวคิดและตั้งคำถามต่อเหตุการณ์ 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งอาจไม่เกิดขึ้นเพียงการกระทำของบุคคลหรือหมู่คณะใดคณะหนึ่ง หากแต่ปัจจัยสำคัญจากปัญหาเชิงโครงสร้างในสยาม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางความคิด เศรษฐกิจ และสังคมที่สั่งสมมาระยะเวลาหนึ่งจนไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป กลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 . ในช่วงปลายทศวรรษ 2470 ขณะนั้นอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1920 - 1930 เป็นที่ทราบกันดีว่าช่วงเวลานั้นได้เกิดเหตุการณ์สำคัญของโลก อย่างวิกฤตตลาดหุ้นวอลล์สตรีทตก ซึ่งส่งผลกระทบทางลบต่อเศรษฐกิจไปทั่วโลก แม้แต่ประเทศสยามเองก็ไม่รอดจากวิกฤตนี้เช่นกัน รายได้ของรัฐจากการส่งออกและภาษีลดลง ขณะที่รายจ่ายของรัฐบาลยังคงสูงเช่นเดิม โดยเฉพาะงบประมาณด้านเงินเดือนข้าราชการซึ่งเป็นภาระสำคัญของแผ่นดิน รัฐบาลในรัชกาลที่ 7 จึงดำเนินนโยบายรัดเข็มขัดทางการคลังอย่างจริงจัง ด้วยความเชื่อว่าการรักษาดุลยภาพของงบประมาณเป็นสิ่งจำเป็นต่อการรักษาเสถียรภาพของประเทศ มาตรการสำคัญประการหนึ่งคือการปรับลดจำนวนข้าราชการทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร รวมถึงการลดเงินเดือนและชะลอการรับบุคลากรใหม่ เพื่อให้รายจ่ายของรัฐสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง . แม้จะลดภาระการใช้จ่ายงบประมาณลงไปได้ แต่สิ่งเหล่านี้กลับส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองและสังคมอย่างกว้างขวาง ข้าราชการจำนวนมากต้องเผชิญกับการถูกปลดออกจากราชการ การถูกลดตำแหน่ง หรือการถูกตัดเงินเดือน ซึ่งกระทบต่อความมั่นคงในการดำรงชีวิตของตนเองและครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มข้าราชการระดับกลางและระดับล่างที่พึ่งพาเงินเดือนเป็นรายได้หลัก ความไม่พอใจจึงแพร่กระจายไปในหมู่ข้าราชการและนายทหาร ซึ่งเดิมเป็นกำลังสำคัญของระบบราชการสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ แต่กลับรู้สึกว่ารัฐไม่สามารถรับประกันความมั่นคงในอาชีพได้อีกต่อไป ความรู้สึกสูญเสียโอกาสและความก้าวหน้าในชีวิตราชการจึงสะสมเป็นแรงกดดันทางการเมืองที่สำคัญ เมื่อผลประโยชน์และความมั่นคงในชีวิตถูกกระทบ ความจงรักภักดีที่เคยมีจึงลดลง ประกอบกับความล่าช้าในการปฏิรูปการเมือง ความไม่พอใจของชนชั้นกลางและปัญญาชน ทำให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเคลื่อนไหวของคณะราษฎรในเวลาต่อมา