คลังข้อมูลดิจิทัลมิวเซียมสยาม

สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ

คลังข้อมูลดิจิทัลมิวเซียมสยาม รวบรวมองค์ความรู้ ด้วยสื่อที่หลากหลาย ส่งเสริมการเรียนรู้ การค้นคว้าฐานองค์ความรู้ที่อาจเป็นแรงบันดาลใจ ให้เกิดการสืบค้นในด้านโบราณคดี ประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์วิทยา มานุษยวิทยา ตลอดจนศาสตร์แขนงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมและสังคมไทย

"คลังข้อมูลดิจิทัลแห่งนี้มิได้เป็นเพียงแค่แหล่งรวบรวมข้อมูล แต่ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมโยงองค์ความรู้ในอดีตกับปัจจุบัน"

ค้นหาสิ่งที่สนใจ

Communities in DSpace

Select a community to browse its collections.

Now showing 1 - 6 of 6
Loading...
Thumbnail Image

Museum Readings

รวบรวมรายชื่อและตัวอย่างเนื้อหาของหนังสือด้านพิพิธภัณฑ์และประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ

Loading...
Thumbnail Image

MuseumSiam Researches

รวบรวมงานวิจัยที่น่าสนใจภายใต้ความดูแลของมิวเซียมสยาม

Loading...
Thumbnail Image

MuseumSiam Recommendations

รวบรวมหนังสือแนะนำด้านพิพิธภัณฑ์และประวัติศาสตร์ พร้อมสรุปเนื้อหาแบบย่อ โดยบรรณารักษ์และชาวมิวเซียมสยาม

Loading...
Thumbnail Image

MuseumSiam Resources

รวบรวมทรัพยากรสารสนเทศประเภทต่างๆ ที่ผลิตหรือร่วมผลิตโดยมิวเซียมสยาม

Loading...
Thumbnail Image

MuseumSiam Reflections

รวบรวมวิดีทัศน์จากงานประชุมวิชาการและงานสัมมนาที่จัดโดยมิวเซียมสยาม เพื่อร่วมเรียนรู้และตรึกตรองแง่มุมทางวิชาการไปกับมิวเซียมสยาม

Loading...
Thumbnail Image

MuseumSiam Revelations

รวบรวมเรื่องเล่าของเรื่องราวในชีวิตผ่านการเปิดเผยตัวตนของบุคคลที่น่าสนใจที่คัดสรรโดยมิวเซียมสยาม

 

Recent Submissions

ItemOpen Access
แนะนำหนังสือ เทเวศน์ที่ (ไม่) รู้จัก (เลขเรียกหนังสือ DS589.ก4 ท656 2567)
(กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม, 2567)
หากย้อนเวลากลับไปในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ย่านเทเวศร์ในปัจจุบันก็จะเต็มไปด้วยท้องนา สวน และพื้นที่รกร้างว่างเปล่า มีบ้านเรือนที่อยู่อาศัยแค่เพียงบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา สิ่งสำคัญที่ทำให้ย่านนี้เปลี่ยนแปลงไปนั้น มาจากการขุดคลองผดุงกรุงเกษมในสมัยรัชกาลที่ 4 ที่ทำให้การคมนาคมสะดวก รวมไปถึงการตั้งพระราชวังและวังที่ประทับของเจ้านายในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ยิ่งทำให้ย่านนี้พัฒนายิ่งขึ้น . จากหนังสือ เทเวศร์ที่(ไม่)รู้จัก (เลขเรียกหนังสือ DS589 .ก4 ท656 2567) โดนกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้ทำการรวบรวมเรื่องราวของผู้คน ชุมชน และพื้นที่นี้ในมิติต่าง ๆ และรวบรวมทั้งเอกสาร ภาพถ่ายเก่า และแผนที่เก่า ที่ทำให้ถึงการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ย่านเทเวศร์ได้ดียิ่งขึ้น . “การสร้างพระราชวังและวังที่ประทับของเจ้านายในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญปัจจัยหนึ่งที่ทำให้พื้นที่บริเวณนี้เริ่มมีพัฒนาการขึ้นอย่างเด่นชัด วังเจ้านายแห่งแรกที่สร้างขึ้นบริเวณเทเวศร์คือ วังที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ หรือวังปากคลองผดุงกรุงเกษม สร้างขึ้นตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระราชดำริที่จะพระราชทานที่ดินและสร้างวังที่ประทับพระราชทานแก่พระราชโอรสที่กำลังจะสำเร็จการศึกษากลับมาจากต่างประเทศ” . ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หลาย ๆ วังที่ประทับก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นสถานที่ราชการ และสถานศึกษา ในส่วนของพื้นที่เองก็ยังมีการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่องทั้งในด้านคมนาคม ที่มีทั้งท่าเรือ ท่ารถประจำทาง รวมไปถึงการสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน
ItemOpen Access
แนะนำหนังสือ สถาปัตย์-สถาปนา การ(เมือง)ดีไซน์พื้นที่และความนัยสถาปัตยกรรม (เลขเรียกหนังสือ NA1521 .ช646 2566)
ศ.ดร.ชาตรี ประกิตนนทการ (2566)
ในช่วงเวลาหลาย 10 ปีที่ผ่านมา ย่านเกาะรัตนโกสินทร์และเมืองเก่าได้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งในด้านการปรับเปลี่ยนรูปแบบสถาปัตยกรรมอาคารต่าง ๆ ย่านถนนราชดำเนิน การเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่ย่าน รวมไปถึงการย้ายชุมชนที่อยู่กับพื้นที่มาอย่างยาวนาน ซึ่งการเปลี่ยนหรือออกแบบพื้นที่เมืองให้รองรับกับชนชั้นสร้างสรรค์ ย่อมส่งผลทั้งด้านบวกและลบต่อเมืองได้เช่นเดียวกัน . จากหนังสือ สถาปัตย์-สถาปนา การ (เมือง) ดีไซน์พื้นที่และความนัยสถาปัตยกรรม (เลขเรียกหนังสือ NA1521 .ช646 2566) โดย ศ.ดร.ชาตรี ประกิตนนทการ ที่ได้รวบรวมบทความ และนำเสนอออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 🔸พื้นที่เมือง เป็นกลุ่มบทความว่าด้วยความนัยที่ยอกย้อนซ่อนเร้นของการออกแบบพื้นที่เมืองในมิติต่าง ๆ 🔸พื้นที่ความเชื่อ เป็นกลุ่มบทความที่พยายามถอดรหัสความหมายของปรากฎการณ์ทางศิลปะและสถาปัตยกรรมที่อยู่ในพื้นที่ความเชื่อทางศาสนา 🔸พื้นที่อุดมการณ์ เป็นกลุ่มบทความขนาดสั้นที่วิเคราะห์นัยทางการเมืองที่แฝงอยู่ในงานออกแบบเมืองและงานสถาปัตยกรรม . ซึ่งในกลุ่มบทความของพื้นที่เมืองนี่เอง ที่ทำให้เราได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านกายภาพ สังคม และประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงไปของย่านรัตนโกสินทร์ และเมืองเก่า . “ย่านเก่าแห่งนี้ก่อนมีคณะกรรมการกรุงฯ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยชีวิต ความหลากหลายทางวัฒนธรรม และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเศรษฐกิจรากหญ้าที่เข้มแข็ง แต่ความมีชีวิตชีวาดังกล่าวกลับถูกรัฐนิยามว่าคือความเสื่อมโทรมที่ต้องจัดการ รื้อ ย้าย ไล่ ทำสวน และ 30 ปีหลังจากนั้น ย่านเก่ารัตนโกสินทร์ก็กลายมาเป็นย่านที่แห้งแล้ง คึกคักเฉพาะช่วงกลางวันที่มีนักท่องเที่ยว แต่เงียบสนิทคล้ายเมืองร้างเมื่อนักท่องเที่ยวออกไปในช่วงเย็น” . และจากการพัฒนาเมืองทางด้านกายภาพเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวนี่เองที่มีส่วนทำให้ที่ดิน ค่าเช่าที่ต่าง ๆ มีราคาสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มคนจนเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐก้ต้องมาแก้ปัญหาอีกครั้งว่าจะออกแบบเมืองอย่างไรให้ผู้คนสามารถเข้าถึงและเข้าใช้พื้นที่แห่งนี้ได้
ItemOpen Access
แนะนำหนังสือ ผีในวัฒนธรรมไทย (เลขเรียกหนังสือ BF1472 .ท9ผ63 2568)
(กรมศิลปากร, 2568)
ถึงแม้ในปัจจุบันจะเป็นยุคที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ทำให้เราเข้าถึงข้อมูล รวมไปถึงการอธิบายปรากฎการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกใบนี้ได้อย่างรวดเร็ว แต่ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้าเพียงใด เรื่องของผี ความเชื่อ ก็ยังสามารถอยู่กับสังคมมนุษย์ได้จนถึงทุกวันนี้ . ​จากหนังสือ ผีในวัฒนธรรมไทย (BF1472 .ท9ผ63 2568) หนังสือรวมบทความเกี่ยวกับผี ทั้งในมุมมองด้านคติชนวิทยา นิเทศศาสตร์ โบราณคดี ประวัติศาสตร์ และมานุษยวิทยา ซึ่งทำให้เราได้เห็นว่า เรื่องราวของผีนั้นยังอยู่คู่กับสังคมมนุษย์ผ่านพิธีกรรม ความเชื่อ เรื่องเล่า รวมไปถึงการพิสูจน์ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ทำให้ผียังคงอยู่ แม้เทคโนโลยีจะพัฒนาเพียงใดก็ตาม . ​“เมื่อสถาบันหลักของสังคมจับมือกับผี อาทิ ศาสนาจับมือกับผี ผ่านการสร้างพื้นที่ให้ผีในวัด เช่น ศาลเจ้าแม่ตะเคียน การบริจาคโลงศพ การทำบุญให้ศพไร้ญาติ การสร้างวิญญาณให้คนกราบไหว้บูชา ดำเนินไปพร้อมกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ที่สร้างเครื่องมือและเทคโนโลยีในการตรวจจับผี เช่น เครื่องมือจับความร้อน เครื่องจับวิญญาณ เครื่องฟังคลื่นความถี่เสียงพิเศษ ที่ช่วยในการพิสูจน์และยืนยันถึงการมีอยู่จริงของผีและวิญญาณ สะท้อนว่าในยุคที่ความรู้วิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าและมีอิทธิพลต่อสังคมสมัยใหม่ ยังคงมีความเชื่อเรื่องภูตผี วิญญาณ และสิ่งเหนือธรรมชาติปรากฏอยู่ร่วมกันเสมอ และทำให้เรารู้สึกถึงการมีอยู่ของผีมากขึ้นในปัจจุบัน”
ItemOpen Access
หนังสือ ตำนานวังหน้า (เลขเรียกหนังสือ DS580.7 .ด64 2553)
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (2553)
หนังสือ ตำนานวังหน้า (เลขเรียกหนังสือ DS580.7 .ด64 2553) พระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ที่ได้รวบรวมประวัติของพระราชวังหน้าและกรมพระราชวังบวร โดยตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2461 ในงานพระราชทานเพลิงศพ หม่อมเทวาธิราช โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นบันทึกข้อมูลแก่คนรุ่นหลัง และในหนังสือดังกล่าวก็ได้มีการกล่าวถึงวัดบวรสถานสุทธาวาส หรือวัดพระแก้ววังหน้าไว้ว่า . ​“เหตุที่จะสร้างวัดบวรสถานสุทธาวาส เล่ากันมาเป็นหลายอย่าง แต่ไม่ยุติว่าจะเป็นความจริงได้แน่ กล่าวกันว่าทรงสร้างแก้บนครั้งเสด็จยกกองทัพไปปราบขบถเวียงจันทน์ เล่ากันอีกอย่างหนึ่งว่าแต่เดิมจะทรงสร้างเป็นยอดปราสาท จนปรุงตัวไม้แล้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงทราบ มีรับสั่งให้ไปห้ามว่าในพระราชวังบวรฯ ไม่มีธรรมเนียมที่จะมีปราสาท กล่าวกันว่าเป็นเหตุให้กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพน้อยพระทัยมาก จึงทรงโปรดให้แก้เป็นหลังคาจตุรมุข อย่างเช่นปรากฏอยู่ทุกวันนี้” . ​แต่การก่อสร้างดังกล่าวยังไม่แล้วเสร็จ กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพทิวงคตเสียก่อน พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 4 ได้มีพระราชดำริจะนำองค์พระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐาน ณ ที่แห่งนี้ จึงโปรดให้สร้างฐานชุกชีและวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องตำนานพระพุทธสิหิงค์ไว้ แต่เนื่องจากพระองค์เสด็จสวรรคตก่อน จึงไม่ได้มีการนำพระพุทธสิงหิงค์มาประดิษฐานตามพระราชดำริ
ItemOpen Access
หนังสือ วัดดูยูมีน (เลขเรียกหนังสือ BQ6336 .ธ34 2568)
ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล (2569-02)
หนังสือ วัดดูยูมีน (เลขเรียกหนังสือ BQ6336 .ธ34 2568) โดย ธนภัทร์ ลิ้มหัสนัยกุล หรือที่รู้จักกันในนามแฟนพันธุ์แท้วัดไทย ที่จะชวนทุกคนมาเจาะลึกองค์ประกอบของวัด รวมไปถึงเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่เรามักพบเจอจากการเข้าไปวัด ยกตัวอย่างเช่น เรื่องราวของหอระฆัง . “ระฆังหลาย ๆ วัดก็น่าสนใจไม่ใช่เล่น เช่น ระฆังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่ในอดีตจะตีตอน 11 ทุ่ม (ตี5) เพื่อปลุกชาวบ้านมาใส่บาตรและบอกพระวัดอื่นว่าถึงเวลาตีระฆังแล้ว แต่ในปัจจุบันระฆังนี้จะตีเฉพาะในโอกาสพิเศษ ๆ เช่น การสถาปนาพระสังฆราชองค์ใหม่ ซึ่งที่มาของระฆังนี้ก็น่าสนใจเพราะเล่ากันไว้หลายเวอร์ชัน ฝั่งวัดระฆังโฆษิตารามบอกว่าขุดได้ที่วัด พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ต้องหล่อระฆังขึ้นใหม่ห้าใบถวายวัดแทนเพื่อแลกเปลี่ยนมาไว้ในวัดในพระบรมมหาราชวัง ส่วนวัดสระเกศบอกว่าไม่ใช่วัดระฆัง แต่ได้มาจากวัดสระเกศต่างหาก แต่บ้างก็ว่า ระฆังนี้เป็นระฆังที่หล่อขึ้นใหม่ในคราวบูรณปฏิสังขรณ์วัดพระแก้วในสมัยรัชกาลที่ 1”